สถานที่เที่ยวภาคกลางสุดฟิน วันเดียวก็เที่ยวได้ ฉบับที่ 1

สถานที่เที่ยว ภาคกลางสุดฟิน วันเดียวก็เที่ยวได้ ฉบับที่ 1

สถานที่เที่ยว

  1.  สถานที่เที่ยว ดอนหอยหลอด จ.สมุทรสงคราม

ดอนหอยหลอด เป็น สถานที่เที่ยว ตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง มีอาณาบริเวณกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร ใน ตำบลบางจะเกร็ง ตำบลแหลมใหญ่ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม เป็น สถานที่เที่ยว ที่พบหอยหลอดจำนวนมาก เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย ดอนหอยหลอดเป็นสถานที่ที่มีลักษณะเด่นที่หาพบได้ยากในประเทศไทย โดยเกิดจากการทับถมของตะกอนจากแม่น้ำ และตะกอนจากทะเลบริเวณปากแม่น้ำแม่กลอง เกิดเป็นสันดอนยื่นออกไปในทะเลราว 8 กิโลเมตร ลักษณะของพื้นที่เป็นชายฝั่งราบเรียบที่พื้นเป็นทรายและตะกอน เวลาน้ำลงจะปรากฏพื้นโคลนเลนกว้างราว 4 กิโลเมตร ซึ่งมีพื้นเป็นตะกอนนุ่มและอุดมไปด้วยแร่ธาตุ ในพื้นที่จะเกิดน้ำขึ้นวันละ 2 ครั้ง เวลาน้ำขึ้นกระแสน้ำจะไหลขึ้นทางทิศเหนือ แต่เวลาน้ำลงจะไหลลงทิศใต้ อย่างไรก็ตาม บางเวลาทิศทางของกระแสน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยโดยกระแสลม

สถานที่เที่ยว

  1. สถานที่เที่ยว บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์

บึงบอระเพ็ด เป็น สถานที่เที่ยว ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ 132,737 ไร่ อยู่ในท้องที่สามอำเภอของจังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง เป็น สถานที่เที่ยว ที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ กลางบึงมีตำหนักแพที่สร้างขึ้นครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน

เดิมบึงบอระเพ็ดแห่งนี้มีชื่อว่า “ทะเลเหนือ”  หรือ  “จอมบึง”  เที่ยว  เนื่องจากมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจระเข้  จากการสำรวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ 148 ชนิด พืช 44 ชนิด มีพันธุ์สัตว์ที่หายาก ได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร (พบครั้งแรกที่บึงบอระเพ็ด)  ปลาเสือตอ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมจะมีนกเป็ดน้ำอพยพมาที่บึงแห่งนี้เป็นจำนวนมาก พื้นที่บางส่วนได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า

สถานที่เที่ยว

  1. สถานที่เที่ยว วัดม่วง จ.อ่างทอง

วัดม่วง นั้นเป็น สถานที่เที่ยว ในปัจจุบัน และถูกสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งในสมัยนั้นเมืองวิเศษชัยชาญเคยเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก หลังจากที่กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงวัดวาอาราม  และพระพุทธรูปจำนวนมากก็ถูกเผาจนเหลือแต่ซากปรักหักพัง ซึ่งวัดม่วงก็ถูกปล่อยให้รกร้างแต่นั้นมา เที่ยว จนเมื่อปี พ.ศ.2525 หลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ ได้ธุดงค์มาปักกรดบริเวณนี้ ตามนิมิตที่นิมนต์ให้ท่านมาบูรณะวัดม่วงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และในปี พ.ศ.2534 หลวงพ่อเกษมฯ ได้วางศิลาฤกษ์เพื่อก่อสร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีหน้าตักกว้าง 63 เมตร สูง 95 เมตร โดยให้พระนามอย่างเป็นทางการว่า “พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ”  แต่ชาวบ้านมักเรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อใหญ่” มากกว่า ภายในวัดแห่งนี้ยังได้มีการปั้นรูปปั้นนรก สวรรค์ ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมใน สถานที่เที่ยว อีกด้วย เป็นการสอนให้เห็นถึงเรื่องของบาปบุญคุณโทษ  เป็นเครื่องเตือนใจให้เกรงกลัวต่อบาป ละบาปและให้หมั่นทำความดี ถือว่าเป็น แหล่ง ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอย่างมากทีเดียว

เป็นยังไงกันบ้าง  เต็มอิ่มไปเลยทีเดียวกับ 3 สถานที่เที่ยว ประจำภาคกลาง  นี่ถ้าได้หยุดงานสักสองสัปดาห์โดยไม่โดนตัดเงินเดือนคงจะไปเที่ยวรวดเดียวให้ครบเลยแต่ก็ไม่เป็นไร เอาเป็นว่ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็ให้รางวัลกับตัวเองด้วยการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจใน สถานที่เที่ยว บ้าง ถือเป็นการเพิ่มเติมพลังชีวิตที่ดีให้กับตนเอง ไปเที่ยวแล้วก็อย่าลืมช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสถานที่เที่ยวเหล่านั้นด้วยนะ

Traveluka